ตรวจใบเสนอราคารับเหมาก่อสร้างอย่างไร ไม่ให้เจองานเพิ่มทีหลัง
ในบทความนี้ ▾
ใบเสนอราคาที่ถูกที่สุด อาจไม่ใช่งานที่ถูกที่สุดตอนจบ
สมมุติได้รับราคารีโนเวทร้านจากผู้รับเหมา 3 ราย
A = 850,000 บาท
B = 930,000 บาท
C = 1,050,000 บาท
หลายคนจะเริ่มเปรียบเทียบจากตัวเลขสุดท้าย
แต่ปัญหาคือทั้งสามราคาอาจไม่ได้เสนอ Scope เดียวกัน
รายหนึ่งรวมระบบไฟ
อีกรายเขียนเพียง “เดินไฟตามแบบ”
อีกรายรวม DB, Breaker, สายไฟ, Lighting Control และ Testing แล้ว
ราคาจึงเปรียบเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
สิ่งแรกที่ต้องดูใน ใบเสนอราคารับเหมาก่อสร้าง จึงไม่ใช่ Grand Total
แต่คือ
“ราคานี้รวมอะไร และยังไม่รวมอะไร?”
1. Scope ต้องระบุเป็นงาน ไม่ใช่เป็นประโยคกว้าง ๆ
ตัวอย่าง
ไม่ชัด
งานตกแต่งภายใน 1 lot — 500,000 บาท
ชัดกว่า
ผนังยิปซัมโครงคร่าวโลหะ
ฝ้าฉาบเรียบ
งานทาสี
พื้นกระเบื้อง
Built-in Counter
ระบบไฟฟ้า
ระบบแสงสว่าง
ยิ่งแตก Scope ชัด เวลามีคำถามว่าอะไรเป็น “งานเพิ่ม” จะตอบง่ายขึ้น
2. ดู Quantity และ Unit
งานก่อสร้างควรมีหน่วยที่ตรวจสอบได้ เช่น
ตร.ม.
เมตร
จุด
ชุด
บาน
ตัว
ถ้า BOQ ระบุ
ผนังเบา 120 ตร.ม.
เรายังย้อนกลับไปตรวจจาก Drawing ได้
แต่ถ้าเขียนว่า
งานผนัง 1 lot
จะตรวจสอบยากกว่ามาก
สำหรับงานรับจ้างสร้างอาคารเพื่ออยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ประกาศควบคุมสัญญาของไทย มีการกำหนดถึงรายละเอียดราคาก่อสร้าง รายการวัสดุ ปริมาณ และงวดงานไว้โดยตรงด้วย แม้โครงการร้านค้าหรือสำนักงานจะต้องพิจารณาสัญญาตามบริบทของตนเอง หลักการเรื่อง Scope และ Quantity ที่ตรวจสอบได้ก็ยังเป็นแนวทางที่ดีมาก
3. Material Specification ต้องละเอียดพอให้รู้ว่าได้อะไร
เขียนว่า
“กระเบื้องคุณภาพดี”
ยังไม่พอ
ควรระบุอย่างน้อย
ประเภท / ขนาด / Brand หรือเทียบเท่า / งบ Material Allowance
เช่น
Porcelain Tile 600 × 600 mm
Material Allowance ไม่เกิน 650 บาท/ตร.ม.
วันหนึ่งลูกค้าเลือกกระเบื้องราคา 1,200 บาท/ตร.ม. ก็จะเห็นชัดว่าส่วนต่างคือเท่าไร
ไม่ต้องมาถกกันว่าอยู่ในราคาหรือไม่
จากหน้างาน: งานเพิ่มจำนวนมากไม่ได้เกิดจากผู้รับเหมาพยายามบวกเพิ่ม แต่เกิดจากตอนตีราคา “ยังไม่มีใครตัดสินใจว่าจะใช้อะไร” พอของจริงถูกเลือกภายหลัง ราคาก็เปลี่ยน วิธีป้องกันคือกำหนด Spec หรือ Allowance ไว้ตั้งแต่ใบเสนอราคา
4. อ่าน Exclusion ให้ละเอียดพอ ๆ กับรายการรวม
คำว่า
“ไม่รวม”
สำคัญมาก
งานที่ควรถามให้ครบ เช่น
-
ค่าขออนุญาต
-
ค่าเขียนแบบ
-
ค่าเซ็นแบบ
-
งานรื้อถอน
-
ขนทิ้ง
-
งานระบบเดิม
-
Main Electrical
-
Air Conditioning
-
Fire Alarm
-
Sprinkler
-
Internet
-
Furniture
-
Signage
-
Permit ของอาคารหรือห้าง
-
Night Work
-
OT
-
Cleaning
-
Testing & Commissioning
บางรายการอาจมีค่าใช้จ่ายสูงมากแต่ไม่ได้อยู่ใน Interior BOQ
5. งานระบบต้องดู “ขอบเขตต้นทาง–ปลายทาง”
ตัวอย่างคำว่า
“เดินไฟให้ Counter”
ต้องถามต่อว่า
เดินจากไหน?
รวม Breaker หรือไม่?
รวมเต้ารับหรือไม่?
รวมสายหรือไม่?
รวม Conduit หรือไม่?
รวม Connection เข้าเครื่องหรือไม่?
รวม Testing หรือไม่?
งานระบบมี Interface ระหว่างผู้รับเหมาหลายฝ่ายมากที่สุด
ยิ่งเขียน Boundary ชัด ยิ่งลดปัญหา
6. งวดชำระเงินควรสัมพันธ์กับเนื้องาน
อย่าดูแค่ Deposit กี่เปอร์เซ็นต์
ให้ดูว่าเงินแต่ละงวดถูกจ่ายเมื่อ Milestone อะไรสำเร็จ
เช่น
20% เมื่อเริ่มงาน
25% เมื่องานโครงและ M&E Rough-in เสร็จ
25% เมื่องานผนัง/ฝ้าเสร็จ
20% เมื่องาน Finish และ Built-in เสร็จ
10% หลังตรวจรับ
ตัวเลขไม่จำเป็นต้องเป็นสูตรนี้ แต่หลักคิดคือเงินที่จ่ายควรสัมพันธ์กับ Progress จริง
สคบ. เคยเตือนเรื่องการจ่ายงวดแรกสูงเกินไปก่อนมีหลักฐานว่างานจะดำเนินตามข้อตกลง และแนะนำให้ตรวจสอบเนื้องานกับเงื่อนไขการชำระเงินให้รอบคอบ
7. Variation Order ต้องตกลงวิธีคิดก่อนเริ่มงาน
งานก่อสร้างมีการแก้ไขได้
ปัญหาไม่ใช่การมีงานเพิ่ม
ปัญหาคือ ทำไปก่อน แล้วค่อยถามราคาทีหลัง
หลักง่าย ๆ คือ
Change → Quote → Approve → Construct
ไม่ใช่
Change → Construct → Invoice
จากหน้างาน: ประโยคที่ทำให้งบบานง่ายที่สุดคือ “ทำไปก่อน เดี๋ยวค่อยสรุปทีหลัง” เพราะพอสร้างเสร็จแล้วทั้ง Quantity, Labor และ Material ถูกใช้ไปหมด ไม่มีใครย้อนกลับไปตกลงราคาได้ง่ายเหมือนก่อนทำ
Checklist ก่อนอนุมัติใบเสนอราคา
เช็กให้ครบว่า
-
Scope ตรงกับ Drawing
-
Quantity ตรวจสอบได้
-
Material Spec ชัด
-
งานระบบมี Boundary
-
Exclusion ชัด
-
VAT ชัด
-
ระยะเวลาก่อสร้างชัด
-
Payment Term ผูกกับ Milestone
-
Variation มีขั้นตอนอนุมัติ
-
Warranty ระบุไว้
-
Drawing Revision ที่ใช้อ้างอิงตรงกัน
สรุป
ใบเสนอราคาที่ดีไม่จำเป็นต้องยาวที่สุด
แต่ต้องทำให้เจ้าของโครงการตอบได้ว่า
“เงินแต่ละบาทกำลังซื้ออะไร”
ถ้าเปรียบเทียบผู้รับเหมา อย่าเปรียบเทียบเฉพาะ Grand Total
ให้ Normalize Scope ก่อน
เพราะราคาที่ดูสูงกว่า 10% ในวันเสนอราคา อาจกลายเป็นราคาที่ถูกกว่าตอนส่งมอบ หากของที่ควรมีถูกคิดครบตั้งแต่ต้น
ถ้ามี BOQ หรือใบเสนอราคาหลายเจ้าแล้วต้องการเทียบว่า Scope ตรงกันหรือไม่ วิธีที่ง่ายที่สุดคือวางรายการทั้งสามเจ้าเทียบกันทีละหมวดก่อนตัดสินใจเลือกผู้รับเหมา
อยากได้ราคาประเมินสำหรับโปรเจกต์ของคุณ?
ส่งขนาดพื้นที่และ brand guideline มา ทีมเราประเมินให้ฟรีภายใน 1 วันทำการ