เช่าตึกแถวเปิดร้านอาหาร: 7 อย่างที่ต้องเช็กก่อนเซ็นสัญญาเช่า
ในบทความนี้ ▾
ค่าเช่าถูก แต่สร้างร้านไม่ได้ ก็ไม่ใช่พื้นที่ราคาถูก
ตึกแถวเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเปิดร้านอาหาร เพราะมี
หน้าร้านชัด
พื้นที่หลายชั้น
ค่าเช่าหลากหลาย
ปรับ Character ได้มาก
แต่ตึกแถวเดิมไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเป็นครัว Commercial ทุกอาคาร
ดังนั้นก่อนถามว่า
“รีโนเวทพื้นที่นี้ประมาณกี่บาท?”
ควรถามก่อนว่า
“อาคารนี้รองรับร้านอาหารแบบที่เราจะทำได้หรือไม่?”
เพราะบางข้อจำกัดแก้ได้ด้วยเงิน
แต่บางอย่าง เช่น ไม่มีทางระบาย Exhaust หรือเจ้าของไม่อนุญาตเจาะอาคาร อาจทำให้ Concept เดิมทำไม่ได้เลย
1. เช็กว่าอาคารและพื้นที่ใช้ทำร้านอาหารได้หรือไม่
อย่าดูเพียงว่า Tenant ก่อนหน้าเคยเป็นอะไร
ควรตรวจเรื่อง
การใช้ประโยชน์ที่ดิน
กฎหมายอาคาร
การดัดแปลงอาคาร
ข้อกำหนดท้องถิ่น
สิทธิของผู้เช่าในการปรับปรุง
กรมโยธาธิการและผังเมืองมีระบบสำหรับการขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคาร
หากงานรีโนเวทมีการแก้โครงสร้าง ต่อเติม เจาะช่อง หรือเปลี่ยนองค์ประกอบสำคัญ ควรให้ผู้ออกแบบตรวจว่าต้องดำเนินการด้านใบอนุญาตอย่างไร
เรื่องใบอนุญาตร้านอาหารก็ต้องเช็กแยก
สำหรับกรุงเทพฯ สถานที่จำหน่ายอาหาร
พื้นที่เกิน 200 ตร.ม. ต้องขออนุญาต
ส่วนพื้นที่ ไม่เกิน 200 ตร.ม. ต้องดำเนินการขอหนังสือรับรองการแจ้ง ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดจริงควรตรวจสำนักงานเขตหรือ BMA OSS ตามสถานที่และรูปแบบกิจการอีกครั้ง
2. ดูทางออกของ Exhaust ก่อนดูผนังสวย ๆ
ถ้าร้านมี
ผัด
ทอด
ย่าง
Charcoal
ครัวหนัก
ถามก่อนเลยว่า
Duct ครัวจะไปไหน?
ตึกแถวบางแห่งสามารถขึ้นดาดฟ้าได้ง่าย
บางแห่งด้านหลังติดอาคารอื่น
บางแห่งเจ้าของไม่ให้เจาะ Slab
บางแห่งสามารถเดินได้แต่ปลาย Exhaust จะไปอยู่ใกล้หน้าต่างเพื่อนบ้าน
ปัญหาเหล่านี้ควรรู้ก่อนเซ็นสัญญาเช่า
จากหน้างาน
ร้านอาหารหนึ่งร้านสามารถเปลี่ยน Concept ได้เพราะเรื่อง Duct เพียงเรื่องเดียว พื้นที่ดูดี ค่าเช่าเหมาะ แต่ถ้าครัวหนักแล้วไม่มี Route พา Grease Exhaust ออกจากอาคารอย่างเหมาะสม ค่าแก้อาจสูงจนพื้นที่นั้นไม่คุ้มอีกต่อไป
3. เช็กไฟว่า “มี” กับ “พอ” เป็นคนละเรื่อง
ตึกมีไฟไม่ได้แปลว่ารองรับร้านอาหาร
รวบรวมรายการอุปกรณ์คร่าว ๆ ก่อน เช่น
แอร์
ตู้เย็น
Freezer
Oven
Induction
Ice Machine
Dishwasher
Coffee Machine
Exhaust
แล้วให้ทีมระบบประเมิน Load
ต้องดู
Main Supply
มิเตอร์
Main Breaker
DB
Cable
ด้วย
ถ้าไฟไม่พอ การ Upgrade อาจมีทั้งค่าใช้จ่ายและ Lead Time ซึ่งต้องรู้ก่อนกำหนดวันเปิดร้าน
4. เช็กน้ำดี น้ำทิ้ง และบ่อดักไขมัน
หาตำแหน่ง
Fresh Water
Soil / Waste Pipe
Floor Drain
Manhole
Grease Trap
Sewer Connection
ให้ได้ก่อน
โดยเฉพาะร้านที่ต้องล้างภาชนะจำนวนมาก
กฎสุขลักษณะกำหนดให้สถานที่จำหน่ายอาหารมีระบบระบายน้ำที่ดีและแยกไขมันก่อนปล่อยน้ำทิ้งออกสู่ระบบ
หากตำแหน่งท่อหลักอยู่ห่างครัวมาก อาจต้องยกพื้นหรือเดินท่อยาว ซึ่งมีผลกับทั้ง Cost และ Ceiling/Floor Level
5. เช็กสภาพอาคารเดิมก่อนคิดงบ Interior
ดู
หลังคารั่วหรือไม่
ผนังชื้นหรือไม่
พื้นทรุดไหม
มีรอยแตกร้าวอะไร
โครงสร้างถูกดัดแปลงมาก่อนหรือไม่
ไม้มีปลวกหรือไม่
ระบบไฟเก่าแค่ไหน
อย่าเอางบ Interior ไปใช้ซ่อมสิ่งที่ควรเป็น Condition ของอาคารโดยไม่รู้ล่วงหน้า
ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องโครงสร้าง ควรให้วิศวกรตรวจ
ไม่ควรสรุปจากการดูรอยแตกด้วยตาอย่างเดียว
จากหน้างาน
ก่อนเช่าพื้นที่ อย่า Survey แค่ตอนกลางวัน ลองกลับไปดูหลังฝนตกด้วยถ้าทำได้ จุดรั่ว น้ำย้อน กลิ่นท่อ หรือน้ำขังบางอย่างไม่ปรากฏในวันที่อากาศแห้ง
6. เช็กเพื่อนบ้านและผลกระทบจากร้าน
ร้านอาหารมีผลกระทบหลายแบบ
กลิ่น
ควัน
เสียง
รถ Delivery
ขยะ
ลูกค้าช่วงกลางคืน
ดังนั้นพื้นที่ดีสำหรับ Café ไม่ได้แปลว่าจะดีสำหรับ Restaurant Bar หรือร้านย่างถ่าน
โดยเฉพาะตึกแถวที่มี Residential อยู่ด้านบนหรือด้านข้าง
ควรถาม
ร้านข้าง ๆ เปิดกี่โมง
ด้านหลังเป็นบ้านคนหรือไม่
มีข้อจำกัดเรื่องเสียงไหม
ตั้งถังขยะตรงไหน
รถส่งของเข้าตอนไหน
ก่อนออกแบบ Concept
7. อ่านสัญญาเช่าเรื่อง “ทำอะไรกับอาคารได้บ้าง”
เรื่องนี้สำคัญมากกับ รีโนเวทตึกแถว
ควรตกลงให้ชัดว่า
เจาะผนังได้ไหม
ขึ้น Duct ถึงดาดฟ้าได้หรือไม่
ติดป้าย Façade ได้แค่ไหน
ทำครัวด้านหลังได้หรือไม่
ติด Outdoor Unit ตรงไหน
รื้อบันไดได้ไหม
เพิ่มถังน้ำได้หรือไม่
หมดสัญญาต้องคืนสภาพแค่ไหน
อย่าใช้คำว่า
“เจ้าของบอกว่าทำได้”
อย่างเดียวกับงานที่ต้องลงทุนหลักแสนหรือหลักล้าน
รายการสำคัญควรอยู่ในเอกสารให้ตรวจสอบได้
ทำ Feasibility ก่อนเซ็นเช่าคุ้มกว่าทำ Design หลังเซ็น
ก่อนตัดสินใจพื้นที่ ยังไม่จำเป็นต้องทำ Interior Design เต็มชุด
สิ่งที่ควรมีคือ Pre-Lease / Pre-Design Feasibility
ตรวจคร่าว ๆ
Space
พื้นที่พอสำหรับครัวและจำนวนที่นั่งหรือไม่
M&E
ไฟ น้ำ Drain และ Exhaust ไปได้ไหม
Building
มีข้อจำกัดโครงสร้างหรือไม่
Regulatory
ประเภทกิจการและพื้นที่ต้องดำเนินการด้านใบอนุญาตอะไรบ้าง
Budget
สิ่งที่ต้องแก้ก่อนตกแต่งมีมูลค่าประมาณเท่าไร
เพียงเท่านี้ก็สามารถคัดพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงออกได้ก่อนจ่าย Deposit และลงทุนออกแบบ
Checklist ก่อนเซ็นเช่าตึกแถวทำร้านอาหาร
-
ตรวจข้อกำหนดการใช้อาคารและกิจการ
-
หา Route ของ Kitchen Exhaust ให้ได้
-
ตรวจ Electrical Capacity
-
ตรวจ Fresh Water, Drainage และ Grease Trap
-
Survey สภาพอาคารและโครงสร้าง
-
ดูผลกระทบต่อเพื่อนบ้าน กลิ่น เสียง และขยะ
-
ตกลงสิทธิในการดัดแปลงกับเจ้าของเป็นลายลักษณ์อักษร
สรุป
การเลือกตึกแถวเปิดร้านอาหารไม่ควรเลือกจาก
ทำเล + ค่าเช่า + หน้าร้าน
สามเรื่องนี้อย่างเดียว
ต้องดูด้วยว่าอาคารสามารถรองรับ
ครัว + Exhaust + ไฟ + น้ำ + Drainage + Fire Safety + Operation
ได้จริงหรือไม่
เพราะหลังเซ็นเช่าแล้ว ทุกข้อจำกัดจะกลายเป็นต้นทุนของผู้เช่า
ถ้ากำลังดูตึกไว้ 2–3 แห่ง วิธีที่คุ้มที่สุดอาจไม่ใช่ให้ทำแบบร้านทันที แต่ให้ทีมออกแบบ/งานระบบช่วย Survey และทำ Feasibility เปรียบเทียบแต่ละพื้นที่ก่อน แล้วค่อยเลือกว่าตึกไหนเหมาะกับ Concept และงบมากที่สุด
หมายเหตุ: ข้อกำหนดด้านใบอนุญาต อาคาร สุขาภิบาล และกิจการอาจแตกต่างตามพื้นที่ ประเภทอาคาร และลักษณะร้าน ควรตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่นและผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องสำหรับโครงการจริง
อยากได้ราคาประเมินสำหรับโปรเจกต์ของคุณ?
ส่งขนาดพื้นที่และ brand guideline มา ทีมเราประเมินให้ฟรีภายใน 1 วันทำการ